วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553

วิธีการผลิตสบู่ก้อน

สูตรพื้นฐานและวิธีการผลิตสบู่ก้อน

วิธีคำนวณสูตรน้ำมัน        
น้ำมันมะพร้าว  120  กรัม  ใช้โซดาไฟ 20.304 (16.92 x 120/100) กรัม
น้ำมันปาล์ม    80  กรัม  ใช้โซดาไฟ 10.448 (13.06  x 80/100) กรัม
น้ำมันมะกอก   300 กรัม  ใช้โซดาไฟ 37.38 (12.46 x 300/100)
รวมไขมัน    500 กรัม   
รวมโซดาไฟ 68.132 กรัม   
น้ำที่ใช้     175-190 ซีซี   
         

  วิธีการและเทคนิคการผลิตสบู่ก้อน
1.เตรียมแม่พิมพ์สบู่
2.เตรียมเครื่องมือทั้งหมด
3.ผู้ผลิตใส่เสื้อกันเปื้อน สวมถุงมือ ผ้าปิดปากและจมูก และแว่นตา
4.ชั่งด่างอย่างระมัดระวัง
5.ชั่งน้ำที่ใช้ ค่อย ๆ เติมด่างลงในน้ำ อย่างช้า ๆ ระวังไม่ให้กระเด็น คนจนละลายหมด วัดอุณหภูมิประมาณ 40-45 องศาเซลเซียส
6.ชั่งไขมันทั้งหมดผสมรวมกัน วางบนเครื่องอังไอน้ำ หรือลังถึงวัดอุณหภูมิ ประมาณ 40-45 องศาเซลเซียส ยกลง
7.เช็คอุณหภูมิน้ำด่างในข้อ 5 อีกครั้ง
8.เมื่อ อุณหภูมิน้ำด่างและไขมันใกล้เคียงกัน ค่อยเทน้ำด่างลงในไขมัน คนเบา ๆ เมื่อเทน้ำด่างหมด ให้คนแรง ๆ ควรคน 15 นาที พัก 5 นาที จนกระทั่งเนื้อของเหลวเป็นสีขุ่นจนหมด เทลงพิมพ์
9.ทิ้งไว้ 1 สัปดาห์ แกะออกจากพิมพ์ ตัดเป็นก้อน
10.ตรวจ สอบ ph บริเวณผิวสบู่ และเนื้อในผิวสบู่บริเวณต่ำกว่าผิวประมาณ 2 มิลลิเมตรถ้ามีค่า ph อยู่ระหว่าง 8-10 สามารถนำไปใช้ได้ หากมีค่าเกิน 10 เฉพาะที่บริเวณผิว ให้ตัดเฉพาะผิวนอกทิ้ง หากเนื้อในและผิวมีค่า ph เกิน 10 ทั้งสองบริเวณ แสดงว่าสบู่นั้นมีปริมาณด่างเหลือเกินกำหนด ไม่ควรนำไปใช้ เพราะอาจเกิดอันตรายทำให้ผิวเหี่ยว ซีด หรือคัน
11.ห่อกระดาษ หรือบรรจุภาชนะแจกจ่ายให้เพื่อน ๆ ได้นะคะ

แอลกอฮอล์แข็ง

แอลกอฮอล์แข็ง
          
ส่วนผสม
1.แอลกอฮอล์ 95% 500 ซี.ซี.
2.กรดสเตียริค 8 กรัม
3.โซดาไฟ 5 กรัม
4.น้ำสะอาด 30 ซี.ซี.

วิธีทำ
1.นำภาชนะสเตนเลสตั้งบนเตาไฟฟ้า ใส่แอลกอฮอล์อุ่นให้ร้อนแล้วยกลงจากเตา
2.ค่อยๆเท กรดสเตียริค ลงไป กวนช้าๆจนหลอมเหลวหมด
3.ละลายโซดาไฟลงในน้ำ เทสารละลายโซดาไฟลงไป กวนต่อให้เข้ากัน
4.นำไปเทใส่ถ้วยอลูมิเนียม ทิ้งให้เย็นคลุมด้วยฟิล์มหดเป่าด้วยไดร์เป่าผมให้รัดเกาะยึดปากถ้วย
สูตรนี้เป็นสูตรแข็ง พอจุดไฟจะอ่อนตัว เมื่อดับไฟจะแข็งดังเดิม   

สูตรสบู่ซักผ้า

สูตรสบู่ซักผ้า
ส่วนผสม
1.น้ำมันมะพร้าว  4 กก.
2.น้ำกลั่น      4  ลิตร
3.โซดาไฟ    8  ขีด
4.หัวน้ำหอม  3 ออนซ์
5.สี 1 ห่อ

วิธีทำ
1.เตรียมแม่แบบสบู่ตามขนาดและรูปร่างที่ต้องการ

2.ค่อยๆเทโซดาไฟลงในน้ำผสมให้เข้ากัน ตั้งทิ้งไว้ให้อุณหภูมิเหลือ 37.7 องศาเซลเซียส (100 องศาฟาเรนไฮน์)

3.น้ำมันมะพร้าวใส่ภาชนะตั้งไฟ คนให้เข้ากันจนได้อุณหภูมิ 37.7องศาเซลเซียส (100 องศาฟาเรนไฮน์) แล้วยกลงจากเตา

4.เทโซดาไฟ(ในข้อ 2) ลงในน้ำมัน (ในข้อ 3) คนให้เข้ากัน

5.ตั้งทิ้งไว้ประมาณ 4-8 ชั่วโมง จนสบู่จับตัวเป็นก้อนแข็ง ลองใช้นิ้วมือกดดู แล้วจึงเอาออกจากแบบ เก็บต่อไปอีกนาน 6-8 สัปดาห์ จึงนำไปใช้หรือจำหน่ายได้

สูตรโลชั่นทาผิว

สูตรโลชั่นทาผิว( BODY LOTION)


ส่วนประกอบ   
1.CUTINA KD 16    9 % กรัม   
2.CUTINA AGS T    3 % กรัม   
3.EUMULGIN B2    3 % กรัม   
4.EUTANOL G    6 % กรัม   
5.MYRITOL 318    6 % กรัม   
6.METHYL PARABEN    0.20 % กรัม   
7.PROPYL PARABEN    0.20 % กรัม   
8.PERFUME    0.30 % กรัม   
9.WATER    72.30    % กรัม

 วิธีทำ     
A) นำ 1+2+3+4+5+7 อุ่นในอุณหภูมิ 70 องศา
B) อุ่น 6+9 ที่อุณหภูมิ 70 องศา
C) นำ A+B กวนให้เข้ากัน จนกระทั่งอุณหภูมิลดลงที่ 40 องศา
D) นำ C+8+สี

สูตรยากันยุงสมุนไพร

สูตรยากันยุงสมุนไพร
          
 ส่วนผสม
1.เปลือกส้มแห้ง 150 กรัม.
2.ตะไคร้หอม  50 กรัม
3.ขี้เลื่อย     50 กรัม
4.แป้งเปียก  200 กรัม

วิธีทำ

  เอาเปลือกส้มมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำตะไคร้หอมมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ขี้เลื่อยนำไปตากแดดให้แห้ง นำไปตำหรือบดละเอียด นำเปลือกส้ม 3 ส่วน ตะไคร้หอม 1 ส่วน ขี้เลื่อย 1 ส่วน ผสมกัน แล้วเอาแป้งเปียกคลุกรวมกันให้เหมือนกับชันยาเรือ เสร็จแล้วนำใส่บล็อกหรือแม่พิมพ์ โดยเอาถุงพลาสติกรองก่อน เพื่อไม่ให้ติดพิมพ์ แล้วนำไปตากแดดให้แห้ง โดยใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน

สูตรน้ำหอมกลิ่นฟลอริดา

สูตรน้ำหอมกลิ่นฟลอริดา
          
 ส่วนผสม
1.น้ำมันใบอบเชย    4  หยด
2.น้ำมันกานพลู    4  หยด
3.น้ำมันลาเวนเดอร์    30 หยด
4.น้ำมันมะนาว    30 หยด
5.น้ำมันเบอร์กามอท    30  หยด

 วิธีการผสม
                        ให้เติมน้ำมันอบเชยและกานพลู ซึ่งเป็นน้ำมันในกลุ่มโน๊ตต่ำลงในขวดผสม เขย่าให้เข้ากัน จากนั้นเติม น้ำมันลาเวนเดอร์ ซึ่งเป็นน้ำมันในกลุ่มโน๊ตกลางแล้วเขย่าให้เข้ากัน เติมน้ำมันมะนาวและเบอร์กามอทซึ่งเป็นน้ำมันในกลุ่มโน๊ตสูง เขย่าให้เข้ากัน ปิดฝาตั้งทิ้งไว้ 1-2 วัน ก็จะได้หัวน้ำหอมพร้อมที่จะนำไปเจือจางด้วยแอลกอฮอล์ เพื่อทำเป็นน้ำหอม หรือ ทำเป็นโคโลญน์

                        การใช้น้ำหอมกับร่างกายจะต้องได้รับการเจือจางเสียก่อน โดยทั่วไปก็จะเจือจางใน แอลกอฮอส์ก็สามารถเจือจางในน้ำมันพืช (ที่บีบอัดแบบเย็น) ถ้าเจือจางน้อย ๆ ก็เรียกว่า น้ำหอม (Perfume) ถ้าเจือจางมาก ๆ ก็เรียกว่าโคโลญน์ (Cologne)

                        น้ำหอมโดยทั่วไปมักจะเจือจางด้วยแอลกอฮอส์ แอลกอฮอส์ ที่ใช้ต้องเป็นแอลกอฮอส์บริสุทธิ์ 95-100% ถ้าต้องการผสมเป็นน้ำหอมก็ใช้หัวน้ำหอม 1 ส่วน ผสมกับแอลกอฮอส์ 4-6 ส่วน ถ้าต้องการผสมเป็นโคโลญน์ก็ให้ใช้หัวน้ำหอม 1 ส่วน ผสมกับแอลกอฮอส์ 10-20 ส่วนการผสมน้ำหอมให้ผสมหัวน้ำหอมกับแอลกอฮอส์ในขวดแก้วที่มีฝาปิด น้ำหอมหรือโคโลญน์ที่ได้จะเก็บไว้ได้นานเป็นปี

สูตรน้ำยารีดผ้าเรียบ

สูตรน้ำยารีดผ้าเรียบ

  ส่วนผสม
1.WATER    2931    กรัม
2.PVA    24  กรัม
3.PEG 600    15  กรัม
4.SCPG 520   12 กรัม
5.TWEEN20   15 กรัม
6.PERFUME FILINE    3   กรัม

วิธีทำ
1. PVA (ช่วยให้ผ้าเรียบ) ผสมน้ำคนจนละลายให้เข้ากัน จน PVA ละลายหมด ให้ความร้อนในขณะคนให้เข้ากัน
2. รอให้เย็น เติม PEG 600 คนให้เข้ากัน
3. เติม กันบูด SCPG 520  คนให้เข้ากัน
4. เติม TWEEN 20 + น้ำหอม คนให้เข้ากัน

สูตรน้ำยาถูพื้น

สูตรน้ำยาถูพื้น
          
ส่วนผสม
1.WATER    200    กรัม.
2.LA 40    8.36    กรัม
3.หัวเชื้อแชมพู    83.57    กรัม
4.PEG 400    0.56     กรัม
5.SCPG 520    1.11     กรัม
6.TWEEN 20    2.79    กรัม
7.PERFUME BLUE MOUTAIN    0.83    กรัม
8.COLOR BLUE    2.78    กรัม

วิธีทำ
1. ละลาย LA 40 ในน้ำ คนให้เข้ากันจนละลายหมด (ใช้ความร้อนได้เล็กน้อย เพื่อให้ละลายง่ายขึ้น)
2. เติม หัวแชมพู ลงไปผสมคนให้ละลายเข้ากัน
3. เติม PEG 400 + SCPG 520 กันบูด คนให้เข้ากัน
4. รอให้เย็น เติม TWEEN 20 + น้ำหอม Blue moutain คนให้เข้ากัน
5. เติมสี ละลายน้ำ  คนให้เข้ากัน (ปรับสีได้ตามต้องการ)

สูตรน้ำยาซักแห้ง

สูตรน้ำยาซักแห้ง
          
 ส่วนผสม
1.หัวแชมพู 8000    1 กิโลกรัม.
2.ผงข้น     1 ขีด
3.น้ำหอม จิแปร์ตามารี     1  ออนซ์
4.น้ำกลั่น     1  ลิตร

 วิธีทำ
         เอาน้ำใส่กาลามังแล้วเอาหัวแชมพูใส่ลงไป กวนจนเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน และเติม น้ำหอม ผงข้น กวนต่อไปจนเป็นเนื้อเดียวกัน ถ้านำไปใช้กีบเครื่องซักผ้า ให้เติมน้ำยากำจัดฟอง 1 ออนซ์ด้วย

สูตรน้ำยาซักผ้าขจัดคราบ

สูตรน้ำยาซักผ้าขจัดคราบ
          
ส่วนผสม
1.หัวแชมพู N70   1    กิโลกรัม.
2.โซ ฮาร์ แลป   1500    กรัม
3.โซเดียมคลอไรด์  1    ขีด
4.ลอลาไมย์เอส  500 กรัม
5.เอมอี   100 กรัม
6.เค 30 ละลายน้ำ 10 กรัม
7.ซี บี เอส เอ๊กซ์  5 กรัม
8.น้ำกลั่น    8-9  ลิตร
9.ยากันบูด    1  ออนซ์
10.น้ำหอม    1 ออนซ์

 วิธีทำ
      นำหัวแชมพู โซ ฮาร์ แลป โซเดียมคลอไรด์ ใส่ภาชนะกวนให้เข้ากันจะออกเป็นสีขาว แล้วเติมลอลาไมย เอส เอ็มอี กวนให้เข้ากันแล้วเติมน้ำ กวนช้าๆขณะเติมน้ำจนหมด ใส่ยากันบูด น้ำหอม หากใช้กันเครื่องซักผ้าให้เติมน้ำยากำจัดฟอง 1 ออนซ์ด้วย
    

สูตรน้ำยาแชมพูล้างรถ

สูตรน้ำยาแชมพูล้างรถ
          
 ส่วนผสม
1.หัวแชมพู     85กรัม.
2.PEG 400   1.52  กรัม
3.WATER    100  กรัม
4.Comperlan KD 9.12  กรัม
5.SCPG 520 0.61  กรัม
6.COLOR RED 0.75    กรัม
7.กลิ่น FOUGERE 3.00    กรัม

วิธีทำ
 1. นำหัวแชมพู + KD คนให้เข้ากัน
 2. นำน้ำค่อย ๆ เทใส่ลงในขั้นตอนที่ 1  คนให้เข้ากัน
 3. เติม PEG 400 คนให้เข้ากัน
 4. เติม SCPG 520 คนให้เข้ากัน
 5. เติมสีละลายน้ำ หยดลงไป คนให้เข้ากันใส่กลิ่น FOUGERE  คนให้เข้ากัน   

สูตรน้ำยาเช็ดกระจก

สูตรน้ำยาเช็ดกระจก
          
  ส่วนผสม
1.ไอ พี เอ    59.25 กรัม.
2.หัวเชื้อแชมพู 39.50    กรัม
3.WATER    300 กรัม
4.SCPG 520   0.40  กรัม
5.PG.  0.85  กรัม

 วิธีทำ
1. นำน้ำค่อย ๆ เติมลงใน หัวแชมพู คนให้เข้ากัน
2. เติมกันบูด SCPG 520+ ไอ พี เอ + PG. ตามลำดับ (ต้องใส่ถุงมือเพราะไอ พี เอ & PG. จะกัดมือ)

สูตรแชมพูไข่

สูตรแชมพูไข่
          
ส่วนผสม
1.แชมพูไข่    1 กิโลกรัม.
2.แชมพู 8000  1 กิโลกรัม
3.ผงฟอง     1 ขีด
4.ผงข้น     1 ขีด
5.กลิ่นคาโอ     1 ออนซ์
6.วิตามีน บี 5      20    กรัม
7.ACETA05DE MEA    1.ออนซ์
8.น้ำกลั่น    3.ลิตร

วิธีทำ
นำน้ำประมาณ 1 ลิตร นำผงฟองผสมแล้วคนให้เข้ากันดี นำแชมพูไข่และแชมพู 8000 ใส่ผสมให้เข้ากันแล้วเติมกลิ่น สี วิตามีนบี 5  ACETA05DE MEA คนให้เข้ากัน เมื่อเข้ากันแล้วให้เติมผงข้น โดยการเติมไปคนไปจนข้น เมื่อข้นแล้วให้ใส่น้ำที่เหลือจนหมด แล้วคนต่ออีกครั้งจนข้น เสร็จแล้วตั้งทิ้งไว้ 1 คืน จึงนำบรรจุขวด

สูตรการทำสบู่กรด

สูตรการทำสบู่กรด
          
 ส่วนผสม
1.น้ำมันมะพร้าว 5 กิโลกรัม        
2.น้ำสะอาด    5 กิโลกรัม        
3.โซดาไฟ  1 กิโลกรัม  
    
 วิธีทำ
1. เทน้ำสะอาด 5 กิโลกรัมลงในกะละมังขนาดพอเหมาะ (ควรเป็นกะละมังอะลูมิเนียม)

2. จากนั้นโรยโซดาไฟลงไป แล้วทิ้งไว้พอให้คลายร้อน อาจจะใช้เวลาสักนิด

3.  เมื่อเห็นว่าน้ำกับโซดาไฟคลายร้อนลงแล้ว จึงเทน้ำมันมะพร้าวลงไปผสมแล้วใช้ไม้พายแข็งๆกวนตลอดเวลาอย่าหยุดมือ ประมาณ 1 ชั่วโมง ส่วนผสมทั้งหมดจะเริ่มข้นมากขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งหนืด (ช่วงนี้จะกวนยาก) จากนั้นต้องทิ้งไว้ให้เย็นประมาณ 10-20 ชั่วโมง

4.  เมื่อได้เวลาพอสมกวนจึงกระเทาะสบู่ออกจากกะละมัง แล้วตัดแต่งก้อนให้พอเหมาะสวยงาม

5.  ก่อนที่จะนำออกมาใช้หรือจำหน่าย ต้องเก็บสบู่นั้นไว้ก่อนประมาณ 1 เดือน เหตุเพราะเพื่อรอให้พิษโซดาไฟหมดลง จะได้ไม่กัดผ้าและผิว(มือเมื่อจับต้องใช้งาน)
             
 เมื่อครบ 1 เดือนแล้วก็สามารถนำออกมาใช้หรือจำหน่ายได้*

             ขอแนะนำว่า ควรเริ่มต้นน้อยๆก่อนเพื่อเป็นการทดลอง แล้วพยายามปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น ส่วนท่านที่อยากให้สบู่มีกลิ่นหอม ก็สามารถผสมหัวน้ำหอมชนิดต่างๆลงไปได้

             *คำเตือน สูตรนี้เหมาะสำหรับซักผ้าเท่านั้น ห้ามนำฟอกหรือทำความสะอาดร่างกาย*

สมุนไพรผิวงาม สูตร 2

สมุนไพรผิวงาม สูตร 2

ส่วนผสม

1.ว่านนางคำ 100 กรัม.
2.ว่านไพล     25 กรัม.
3.ขมิ้น 25 กรัม
4.ดินสอพอง 1000 กรัม
5.ลิ้นทะเล    200 กรัม
6.สารส้มสะตุ 100 กรัม

วิธีทำ
        นำสมุนไพรว่านนางคำ ว่านไพล ขมิ้น หั่นบาง ๆ ตากแห้งบดให้ละเอียด นำสารส้มมาสะตุ ดินสอพองบดละเอียด นำสมุนไพรทุกชนิดตามส่วนประกอบมาผสมและคนให้เป็นเนื้อเดียวกัน นำใส่กระชอนร่อนให้ละเอียดอีกครั้ง และบรรจุภาชนะไว้ใช้ต่อไป

วิธีใช้
 ผิวแห้งผสมนดสด น้ำผึ้ง
 ผิวมันผสมน้ำมะกรูด น้ำมะขามเปีย
-  ใช้แต้มหัวสิวหรือพอกฝ้าทิ้งไว้ตลอดคืน
-  ใช้ขัดผิวสัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยถูวนเป็นวงกลม ๆ จะทำ ทำให้สมุนไพรแทรกซึมเข้าผิวหนังและขจัดเซลส์ผิวหนังที่เสื่อมสภาพ
-  ใช้ทำความสะอาดผิวหนังโดยถูสมุนไพรให้ทั่วใช้น้ำสะอาดล้างออก (ใช้แทนสบู่)

สรรพคุณ

  รักษาสิวฝ้า ลบรอยด่างดำ รอยแผลเป็นเล็ก ๆ บรรเทาอาการคัน ขจัดเซลส์ผิวที่เสื่อมสภาพ กระตุ้นการสร้างเซลส์ผิวใหม่

สมุนไพรผิวงาม

สมุนไพรผิวงาม

ส่วนผสม
1.ว่านนางคำ 200 กรัม.
2.ไพล  50    กรัม.
3.ขมิ้น 25    กรัม
4.ดินสอพอง 1000 กรัม

วิธีทำ
        ดินสอพองบดให้ละเอียด  ว่านนางคำแห้งบดไพลแห้งบดขมิ้นแห้งบด นำทั้ง 4 อย่างมาผสมกัน คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน ใช้ตะแกรงร่อนให้ได้ผงที่ละเอียดบรรจุภาชนะ

วิธีใช้

              ใช้พอกตลอดตัวและหน้า ถ้าผิวมันใช้น้ำมันมะกรูดเป็นส่วนผสมถ้าผิวแห้งใช้น้ำผึ้งหรือนมสดเป็นส่วนผสม พอกไว้จนแห้งใช้น้ำแตะให้ชื้นจึงใช้มือนวดและขัดประมาณ 5-10 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่นและน้ำเย็นสลับกัน จะช่วยให้ระบบไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น ช่วยขจัดคราบไขมันที่อุดตันรูขุมขน ทำให้ผิวพรรณสวยงาม (ใช้แทนสบู่)

สรรพคุณ
 รักษาสิวฝ้า ลบรอยด่างดำ รอยแผลเป็นเล็ก ๆ บรรเทาอาการคัน ขจัดเซลส์ผิวที่เสื่อมสภาพ กระตุ้นการสร้างเซลส์ผิวใหม่

สบู่เหลวล้างมือ

สบู่เหลวล้างมือ

ส่วนผสม


1. แชมพู EMAL AD-25  85.47  กรัม  
2. เกลือ 11.11 กรัม 
3. กรดมะนาว  2.22   กรัม
4. WATER    200   กรัม
5. PERFUME MINT    1.07          กรัม
6. COLOR    GREEN 0.13   กรัม

วิธีทำ
 1. นำส่วนที่ 1+5 คนให้เข้ากัน เติมส่วนที่ 3 (ที่ละลายน้ำแล้ว) คนให้เข้ากันและเติมส่วนที่ 4 จนหมดแล้วคน ให้เข้ากัน เติมสีที่เตรียมไว้ ให้ได้สีตามต้องการ
 2. นำส่วนที่ 2 ค่อย ๆ เติมพอข้น (ถ้าทำจำนวนมากต้องใส่สารกันบูดด้วย)

สบู่น้ำนมแพะ

สบู่น้ำนมแพะ

ส่วนผสม
 
1.น้ำมันมะพร้าว 120 กรัม
2.น้ำมันปาล์ม 40 กรัม
3.น้ำมันมะกอก 240 กรัม
4.โซเดียมไฮดรอกไซด์    56 กรัม
5.น้ำนมแพะ 160 กรัม
     
วิธีทำ
        
1. เตรียมแม่แบบสบู่ตามขนาดและรูปร่างที่ต้องการ
2. ผสมน้ำมันมะพร้าวกับน้ำมันปาล์ม แล้วผสมลงในน้ำมันมะกอก ใส่ภาชนะตั้งบนลังถึง คนให้เข้ากันจนได้อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส แล้วยกลงจากไฟ
3. ค่อย ๆ เติมโซเดียมไฮดรอกไซด์ ลงในน้ำนมแพะ คนให้เข้ากันแล้วทิ้งไว้จนอุณหภูมิ ประมาณ 30-40 องศาเซลเซียส
4. เทสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ (ในข้อ 3) ลงในน้ำมัน (ข้อ 2) คนให้เข้ากัน
5. คนไปเรื่อย ๆ จนสบู่จับตัวเหนียวข้น แล้วจึงเทลงในแม่แบบที่เตรียมไว้
6. ประมาณ 12-24 ชั่วโมง สบู่จับตัวเป็นก้อนทิ้งไว้ 1 สัปดาห์ จึงเอาออกจากแบบ เช็คค่า ph ห่อสบู่ให้มิดชิด เก็บต่อไปอีกนานประมาณ 4 สัปดาห์จึงนำไปใช้

ลูกอมรสสมุนไพร

ลูกอมรสสมุนไพร (ไม่เจือสีและวัตถุกันเสีย)

สูตรมาตรฐาน
            
1. น้ำตาลทรายขาว 69.1 กรัม
2. กลูโคสไซรัป 29.5    กรัม
3. สมุนไพร     1.4 กรัม
4. น้ำ 10 ซี.ซี.

 สมุนไพรมีหลายชนิด สามารถเลือกใช้ได้ตามต้องการ เช่น ดอกกระเจี๊ยบ, ดอกเก๊กฮวย, ชะเอม, ขิง, มะนาว, ส้ม, โคคา, ใบเตย,สเตอเบอรี่, เชอรี่, มะตูม ฯลฯ


ลูกอมที่ดีและมีคุณภาพสูง จะต้องผลิตจากสมุนไพรโดยตรง โดยไม่ใช้กลิ่นและสีสังเคราะห์ ซึ่งอาจจะมีอันตรายต่อผู้บริโภค
              
การผลิตลูกอมที่ใช้สมุนไพร จึงมีราคาแพงกว่าลูกอมตามท้องตลาดโดยทั่ว ๆ ไป

 วิธีการเตรียมสมุนไพรนั้น แต่ละชนิดจะใช้กรรมวิธีที่แตกต่างกันออกไป ในที่นี้จะแยกเป็น 2 กลุ่ม

 1. กลุ่มชนิดที่ใช้ดอกและผลแห้ง ตลอดจนกลุ่มที่ใช้ส่วนใดส่วนหนึ่งของลำต้น เช่น กระเจี๊ยบ, ชะเอม, เก๊กฮวย, ขิง ฯลฯ หลักการที่ใช้เตรียมสมุนไพร ใช้วิธีการต้มไฟอ่อน ๆ โดยอาจจะใช้สมุนไพร 1 ส่วน ผสมน้ำสะอาด 1 ส่วน ต้มให้เดือดเบา ๆ จนได้น้ำ, รส, กลิ่น, สี, คุณสมบัติของสมุนไพรนั้น ๆ พยายามเคี่ยวให้ได้ความเข้มข้นมากที่สุด จะได้สมุนไพรเข้มข้นที่จะนำไปใช้ผลิตลูกอมรสสมุนไพรต่อไป จำเป็นต้องทำวันต่อวัน เพราะน้ำสมุนไพรเข้มข้นที่ได้เก็บเอาไว้ได้ไม่เกิน 1 วัน ถ้าเกินอาจจะเสียได้ หรือถ้าจำเป็นที่จะต้องเก็บไว้นาน ๆ อาจจะแช่แข็งในห้องฟรีซของตู้เย็น
             
น้ำสมุนไพรที่ได้ ควรกรองให้สะอาดปราศจากกากและตะกอน
                    
2. กลุ่มชนิดที่ใช้น้ำของผล เช่น มะนาว, ส้ม สมุนไพรกลุ่มนี้ต้องถนอมคุณภาพของสารอาหารและวิตามินในธรรมชาติเอาไว้ จะใช้วิธีการต้มไม่ได้

วิธีที่ง่าย ๆ คือคั้นเอาน้ำออกมาด้วยมือหรือเครื่องคั้น เมื่อได้น้ำของผลไม้เป็นจำนวนมากพอแล้ว จึงทำการอบให้แห้งด้วยเครื่องอบแห้งระบบสูญญากาศ จะได้ผลของพืชชนิดนั้น ๆ ตามต้องการ


การใช้เครื่องอบสูญญากาศ อาจจะเป็นการลงทุนสูงเกินไป อาจใช้วิธีการใช้ความร้อนก็ได้ แต่เป็นความร้อนที่ไม่มากนัก เช่น อบในตู้อบความร้อนที่อุณหภูมิไม่เกิน 70 องศา น้ำในน้ำของสมุนไพรจะระเหยออกไปจนเกือบแห้ง นำน้ำสมุนไพรที่เข้มข้นไปใช้ผลิตเป็นลูกอมได้ต่อไป

ขั้นตอนการผลิตลูกอม


1. ต้มน้ำให้เดือด จากนั้นลดความร้อนลงทันที ค่อย ๆ เทน้ำตาลลงไป กวนให้ค่อย ๆ ละลาย ขณะนี้ไฟจะอ่อนมาก ถ้าเป็นเตาแก๊สให้หรี่เปลวไฟให้เหลือน้อยที่สุด ถ้าเป็นเตาไฟฟ้าปรับไฟที่อุณหภูมิเกือบเดือด คือ ช่วงนี้จะใช้ความร้อนต่ำมาก ถ้าใช้ความร้อนสูงน้ำตาลจะไหม้

2. หลังจากน้ำตาลละลายหมดแล้ว จึงเติมกลูโคสไซรัปลงไป ค่อย ๆ กวนจนเข้ากันดี สุดท้ายจึงเติมสมุนไพรเข้มข้นลงไป เมื่อเข้ากันดีแล้วจะเป็นจังหวะที่น้ำที่ใส่ไปในครั้งแรกจะระเหยไปเกือบหมด กะให้น้ำระเหยออกไปหมด จึงรีบเทส่วนผสมนี้ลงไปในแบบพิมพ์ทันที

 ลักษณะของแบบพิมพ์ จะทำด้วยทองเหลือง มีขนาดกว้างประมาณ 1 ซม. สูงประมาณ 1 ซม. ความยาวประมาณ 40 ซม.หรือสั้นกว่านี้

ออกแบบแบบพิมพ์ให้แกะออกมาได้ เพื่อแกะลูกอมที่แห้งและแข็งแล้วออกมาได้ง่าย ลูกอมที่แข็งจะมีความยาว จำเป็นต้องใช้เลื่อยไฟฟ้าหรือเลื่อยตัดขนมปัง ตัดออกมาเป็นท่อน ๆ ได้ลูกอมตามขนาดที่ตัดตามต้องการ

ถ้าทำจำนวนมาก ๆ อาจจะนำลูกอมที่หล่อเป็นแท่งยาวหลาย ๆ แท่งมาประกบกันแล้วเลื่อยด้วยเลื่อยไฟฟ้า ครั้งละได้หลาย ๆ ท่อน เป็นการประหยัดพลังงาน ลูกอมที่ได้จะแข็งเปราะ ถ้ากะระยะยกลงจากเตาได้ถูกต้องแล้ว ลูกอมที่ได้จะแทบไม่มีน้ำผสมอยู่ด้วยทำให้ไม่ต้องใช้วัตถุกันเสียแต่อย่างใด ลูกอมจะเก็บไว้ได้นานไม่เสีย การเก็บควรใส่กระป๋องที่มีฝาปิดมิดชิด เก็บได้หลายปี

การปรับปรุงสูตร

ถ้าต้องการความเย็นให้เติมเมนทอลลงไปด้วยประมาณ 0.1-1% ใส่พร้อมกับสมุนไพร ทำให้เย็นชุ่มคอลักษณะของเมนทอลจะเป็นเกร็ดใส ถ้าต้องการความเข้มข้นของรสชาด อาจจะเติมกรดซิตริกลงไปด้วย 0.1%  กรดซิตริก เป็นกรดส้มไม่มีอันตรายต่อผู้บริโภค แต่ต้องไม่ใส่มากเกินไปจะเปรี้ยวมาก ถ้าต้องการความเผ็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ อาจเติมเป๊ปเปอร์มิลท์ลงไป 0.1-0.5% อัตราส่วนผสมอาจจะเปลี่ยนแปลงได้แล้วแต่ความเหมาะสม ขึ้นอยู่การทดลองและวิเคราะห์กลุ่มผู้บริโภคว่าต้องการรสชาดแบบไหน

ในการผลิตลูกอมของผู้ผลิตบางราย อาจไม่ใช้สมุนไพร แต่ใส่สีผสมอาหาร และกลิ่นผสมอาหารลงไปก็ได้ลูกอมเช่นกัน แต่เป็นลูกอมที่อาจจะไม่ให้คุณค่ากับร่างกาย

หลักการในการทำการตลาดของลูกอมสมุนไพร จะต้องเจาะตลาดบน กลุ่มผู้บริโภคจะเป็นกลุ่มผู้ใหญ่ที่มีรายได้ค่อนข้างดี เพราะราคาจะแพงพอสมควร อาจจะบรรจุกระป๋องหรือกล่องกระดาษที่ออกแบบให้ดูสวยงามมีคุณค่า เห็นแล้วน่าซื้อ จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ในช่วงเริ่มต้นอาจจะทำเล็ก ๆ ไปก่อน โดยอาจจะผลิตด้วยมือ เน้นที่ความสะอาด เน้นที่คุณค่าของสมุนไพร นำเสนอให้ผู้บริโภคเข้าใจในเจตนารมณ์อันบริสุทธิ์ของผู้ผลิต ที่ต้องการให้ผู้บริโภคได้ลิ้มลองสิ่งที่ดีที่สุด เมื่อธุรกิจก้าวหน้า มีลูกค้าเพิ่มขึ้น จึงค่อย ๆ ขยายกำลังการผลิตออกไปให้ใหญ่โตขึ้น อาจจะระดับประเทศและระดับโลก
              
 มีลูกอมหลายยี่ห้อในโลกนี้ สามารถทำการตลาดได้ทั่วโลก มียอดขายมหาศาล ซึ่งเป็นไปได้ที่คนไทยเราอาจจะค้นคว้าสมุนไพรไทย ๆ ที่อร่อย รสชาดดี มีคุณค่ากับร่างกายสูงกว่า ผลิตลูกอมทำการตลาดได้ในระดับโลกในอนาคต

ลูกประคบสมุนไพร

ลูกประคบสมุนไพร
          
วัสดุ/อุปกรณ์

เขียง มีด หม้อดินปากเล็ก เตา ครก ผ้าด้ายดิบ เชือกด้าย กะละมัง ทัพพี ถาด

วัตถุดิบ
1.หัวไพล  500 กรัม
2.ขมิ้นชัน 100 กรัม
3.ตะไคร้  20 กรัม
4.มะกรูด (ผิว)  100 กรัม
5.ใบมะขาม  300 กรัม
6.เกลือ 60    กรัม
7.การบูร    30 กรัม
8.พิมเสน    30 กรัม

วิธีทำ
1.นำขมิ้นชัน หัวไพล ตะไคร้ มะกรูดมาล้างให้สะอาดตากให้แห้งจนสะเด็ดน้ำ มะกรูดนำมาฝานเอาเฉพาะผิว
2.นำทั้งหมดมาหั่น เสร็จแล้วใส่ในครกตำหยาบ ๆ นำไปตากแดดให้แห้ง ใบมะขามก็ตากแดดให้แห้งด้วย
3.นำสมุนไพรที่ตากแดดแห้งแล้วมาผสมกับเกลือ การบูรและพิมเสนมาผสมคลุกรวมกันในกะละมังจนกระทั่งเป็นเนื้อเดียวกัน
4.นำสมุนไพรที่ผสมเข้าด้วยกันแล้วมาแบ่งเป็น 4 ส่วนเท่า ๆ กัน แล้วใส่ลงบนผ้าดิบที่เตรียมไว้ ยกชายผ้าทั้งสี่มุมขึ้นแล้วใช้เชือกมัดให้แน่นเป็นลูกประคบ

สรรพคุณ

        ไพลแก้ปวดเมื่อยร่างกาย ลดอาการอักเสบ ขมิ้นชันช่วยลดอาการอักเสบและแก้โรคผิวหนัง ผิวมะกรูดมีน้ำมันหอมระเหยแก้ลมวิงเวียน ตะไคร้จะเป็นตัวที่แต่งกลิ่นในระหว่างที่ทำการประคบ ช่วยบำรุงหัวใจ ใบมะขามเป็นตัวยาแก้อาการคันตามต่างกาย และยังช่วยบำรุงผิวหนัง เกลือจะเป็นตัวดูดความร้อนและนำพาตัวยาทั้งหมดในลูกประคบให้ซึมผ่านผิวหนังได้สะดวกขึ้น การบูร พิมเสนช่วยแต่งกลิ่นและบำรุงหัวใจ

วิธีประคบ

      นำลูกประคบ 2 ลูกไปนึ่งในหม้อนึ่ง (หม้อดินหรือหม้ออลูมิเนียมธรรมดาก็ได้) ประมาณ 15-20 นาที เมื่อลูกประคบร้อนให้นำลูกแรกไปประคบคนไข้ตามจุดหรือตำแหน่งที่ต้องการรักษา เมื่อลูกประคบลูกแรกเย็นลงนำลูกประคบลูกแรกกลับไปนึ่งใหม่ ระหว่างรอให้นำลูกประคบลูกที่สองมาประคบแทน ทำสลับกัน-ไปมาเพื่อให้ลูกประคบร้อนอยู่ตลอดเวลา
 
ข้อแนะนำ 

สมุนไพรจะช่วยลดอาการปวดเมื่อย เคล็ดขัดยอก ลดอาการบวมอักเสบ ลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อทำให้เนื้อเยื่อ-พังผืดยืดตัว ลดการติดขัดของข้อต่อและช่วยเพิ่มการไหลเวียนทำให้เลือดลมเดินสะดวก

ยาหม่องตะไคร้หอม

ยาหม่องตะไคร้หอม
ส่วนผสม
1  ไพลแก่    1/2      ก.ก.
2  น้ำมันงา หรือน้ำมันมะพร้าว    200      กรัม
3  ขี้ผึ้งบริสุทธิ์    50        กรัม
4  วาสลิน        50        กรัม
5  การบูร      100      กรัม
6   เมนทอลเกล็ด     100      กรัม
7  พิมเสน    50        กรัม
8   น้ำมันระกำ    1/2-1     ออนซ์
9    น้ำมันกานพลู    1/2-1     ออนซ
10  น้ำมันตะไคร้    1/2-1     ออนซ
   
วิธีทำ
  ขั้นที่1  นำไพลล้างให้สะอาดหั่นให้เป็นชิ้นบาง ๆ ลงทอดในน้ำมันงา หรือน้ำมันมะพร้าว ใช้ไฟอ่อน ๆ  จนกระทั่งไพลเป็นสีเหลืองยกลงกรองเอากากออกให้หมด  จะได้น้ำมันประมาณ 100 กรัม นำรายการที่ 3-4 ใส่คนให้ละลาย

ขั้นที่ 2  นำรายการที่ 5 ผสมรายการที่ 6-7 คนให้ละลายเติมรายการที่ 8-10 คนให้เป็นเนื้อเดียวกันและนำไปผสมขั้นที่ 1 คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน

ขั้นที่ 3  นำใส่ลังถึงตั้งไฟให้เดือด  แล้วนำส่วนผสมทั้งหมดใส่หม้อเคลือบลงนึ่ง  คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน ประมาณ 5-10 นาที เทใส่ภาชนะขณะที่ร้อนเก็บไว้หรือนำไปขายต่อไป

สรรพคุณ
- ใส่แผลสด  แผลอักเสบ
- เคล็ดขัดยอก นวดบรรเทาอาการปวดเมื่อย กระดูกแตก กระดูกร้าว
- ไล่ยุง

ยาหม่อง

ยาหม่อง
 ส่วนผสม
1.พาราฟิน    15            กรัม
2.วาสลิน     57          กรัม
3.เมนทอล     9.50         กรัม
4.ผงการบูน         2.50        กรัม
5.น้ำมันระกำ     8.00        กรัม
6.น้ำมันอบเชย     1.50         กรัม
7.น้ำมันเขียว    2.50           กรัม
8.น้ำมันกานพลู    1.50             กรัม
9.น้ำมันสะระแหน่    2.50            กรัม

วิธีทำ
 1. นำพาราฟินและวาสลีนต้มให้ละลายเป็นเนื้อเดียวกัน
 2. นำส่วนผสมข้อ 3-9  มาคนให้ละลายเข้าด้วยกัน
 3. นำส่วนผสมในข้อ 1-2 ผสมเข้าด้วยกัน หากต้องการยาหม่องสีต่างๆให้เติมสีน้ำมันลงไป
 4. เทกรอกผ่านกรวยกระดาษเพื่อไม่ให้หกนอกขวด

ยาย้อมผม

ยาย้อมผม

ส่วนผสม
1.น้ำกลั่น    900    ซีซี.
2.ซิลเวอร์ซอลท์    125    กรัม
3.คิวปริคซัลเฟต    50    เกรน
4.แอมโมเนี่ยนคลอไรด์ พอสมควร    -    -

วิธีทำ
สารเคมีหาซื้อได้ที่ร้านขายเคมี
เอาซิลเวอร์ซอลท์เทรวมกับคิวปริคซัลเฟต แล้วเติมน้ำกลั่น ใช้ไม้กวนให้เข้ากัน ค่อย ๆ เติมแอมโมเนี่ยนคลอไรด์ลงไปในขัน กวนทีละน้อย จนส่วนผสมข้นแล้วจึงหยุดเติมแอมโมเนียมคลอไรด์ เทลงบรรจุขวดปิดจุกให้แน่น เก็บไว้ 2 วันจึงนำมาใช้ได้
 
การย้อมผม 
เช่นเดียวกับน้ำยาย้อมผมทั่ว ๆ ไป

ยาดมส้มมือ

ยาดมส้มมือ

ส่วนผสม        
1. ผิวส้มโอ  1/2 กิโลกรัม
2. Peppermintoil 1    ช้อนชา
3. หัวน้ำหอม Rose oil หรือกลิ่นที่ต้องการ 1/2    ช้อนชา
4. น้ำมันอบเชย Cassia Oil 1/2    ช้อนชา
5. น้ำมันกานพลู 1/2    ช้อนชา
6. พิมเสน อย่างดี 1    ช้อนชา
7. เมนทอล Menthol 1    ช้อนชา
8. ยาหอมชนิดผง 1 ช้อนชา

วิธีทำ   
1.ล้างส้มมือหรือผิวส้มโอให้สะอาดใช้ผิวส้มสีเขียวติดสีขาวเล็กน้อย ฝานเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วนำไปนึ่งให้สุก พออุ่น ๆ ถ้าเปียกเกินไปผึ่งให้หมาด บดผิวส้มที่นึ่งแล้วให้ละเอียดนวดกับน้ำมัน Peppermintoil
2.แล้วนำเมนทอล พิมเสนอย่างดี บดละเอียด น้ำมันกานพลู น้ำมันอบเชย หัวน้ำหอมกลิ่นกุหลาบหรือกลิ่นที่ต้องการบดผสมกัน
3.ตักใส่ห่อผ้า
4.ห่อเป็นก้อน
5.ใส่ถ้ำยาดม
6.แบ่งใส่อับตะกั่วหรืออับเงิน ที่เจาะรูสำหรับใช้ดม

ยาฆ่าแมลงสาบ

ยาฆ่าแมลงสาบ
"สูตร ชนิดเม็ด"

สารเคมี           
1.แป้งข้าวเจ้า    5    กรัม
2.บอแรกซ์ (Borax)    20    กรัม
3.โอวัลติน / นมผง    5    กรัม
4.ปูนพลาสเตอร์    5    กรัม

วิธีทำ
1.ผสมสารดังกล่าวให้เข้ากันมากที่สุด  ค่อยรินน้ำใส่ จะทำให้เกิดการเหนียวจับเป็นก้อน
2.นำส่วนผสมปั้นเป็นก้อน ๆ หรือเม็ดให้มีขนาดตามต้องการ
3.นำไปวางในที่มีแมลงสาบ เมื่อแมลงสาบมากินจะเกิดอาการเมาและตายในที่สุด
    
คุณสมบัติ
1.แป้งข้าวเจ้าและโอวัลตินผงหรือนมผง กลิ่นหอมแมลงสาบชอบ
2.บอ แรกซ์ (Borax) หรือน้ำประสานทอง มักผสมอยู่ในผงชูรสปลอม กินแล้วจะวิงเวียนศีรษะ มึนงง กินมาก ๆ อาจเสียชีวิตได้เมื่อนำ บอแรกซ์มาผสมในอาหารให้แมลงสาบกิน ก็ทำให้แมลงสาบตายได้
3.ปูนพลาสเตอร์ เมื่อถูกน้ำจะเกิดการแข็งตัวเช่นเดียวกับปูนซีเมนต์ ทำให้แมลงสาบแน่นท้องตาย

มาตราชั่งตวง

มาตราชั่งตวง
การชั่งตวงเป็นหลักการเบื้องต้นของการให้ได้มาซึ่งปริมาณสารที่เหมาะสมที่จะใช้ในการผลิตการชั่ง  ตวง ที่ถูกต้องเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสม่ำเสมอตรงความต้องการ ผู้ผลิตจึงควรจะมีความรู้พื้นฐานในการชั่ง ตวง เป็นอย่างดี

 มาตราชั่ง ตวง มีหลายมาตรา เช่น มาตราเมตริก (Metricsystems) และมาตราอังกฤษ (English systems) สำหรับประเทศไทยนิยมใช้มาตราชั่ง ตวงในระบบเมตริก ดังนั้นสูตรต่าง ๆ ที่ใช้เป็นหน่วยของมาตราเมตริกเป็นหลัก อย่างไรก็ตามผู้ผลิตควรจะเรียนรู้วิธีการเปรียบเทียบมาตราชั่ง ตวงต่างระบบกัน ทั้งนี้เนื่องจากผู้ผลิตอาจมีสูตรพื้นฐานในมาตราหน่วยอื่น ๆ ซึ่งต้องการเปลี่ยนให้อยู่ในหน่วยที่จะสามารถชั่งตวงได้อย่างสะดวก

มาตราชั่ง&มาตราเมตริก
1 กิโลกรัม (kilogram, kg)  =   1000 กรัม  (gram,  g)
1 กรัม   =   1000    มิลลิกรัม (milligram, mg)

สำหรับชาวบ้านทั่วไปจะใช้หน่วยเป็น "ขีด" ซึ่งสามารถเปรียบเทียบเป็นหน่วยในมาตราเมตริกได้ดังนี้
1 กิโลกรัม    = 10 ขีด
1 ขีด =   100  กรัม

มาตราอังกฤษ (Avoirdupois)

1 ปอนด์ (pound  lb)    =  16 ออนซ์  (ounce.oz.)
1 ออนซ์ =   437.5 เกรน   (grain. gr)
เปรียบเทียบมาตราเมตริก กับ อังกฤษ
1 กิโลกรัม    =  2.2    ปอนด์
1 ปอนด์    = 454.0    กรัม
1 ออนซ์    = 28.4    กรัม

มาตราตวง    มาตราเมตริก

1 ลิตร  (liter ,  l) =   1000    มิลลิลิตร (milliliter , ml)
1 มิลลิลิตร    =  1 ซีซี   (c.c.)
การเปรียบเทียบมาตรา
1 แกลลอน (British Imperial)    =          4.55      ลิตร
1 แกลลอน (US Liquid Measure)    =           3.79    ลิตร
1 แกลลอน (US Liquid Measure)    =            4    ควอท
1 ควอท    =             2    ไพน์ (pint)
1 ไพน์    =             2    ถ้วย
1 ถ้วย (fluidounce, Fluid oz.)    =             8    ออนซ์
1 ออนซ์ (Fluid oz.)    =             2     ช้อนโต๊ะ (ช.ต.)
1 ออนซ์ (Fluid oz.)    =             30     มิลลิลิตร
1 ช้อนโต๊ะ    =             3    ช้อนชา (ช.ช.)
1 ช้อนโต๊ะ    =              15    มิลลิลิตร
1 ช้อนชา    =               5    มิลลิลิตร

ข้อควรระวัง

1.  หน่วย  ช้อนโต๊ะและช้อนชา  ในที่นี้ไม่ใช่ช้อนโต๊ะที่ใช้รับประทานอาหาร หรือช้อนชาที่ใช้ชงกาแฟ ช้อนโต๊ะที่ใช้รับประทานอาหาร นั้นจะมีปริมาตรบรรจุเพียง 8-15 มิลลิลิตร (ขึ้นอยู่กับขนาดของช้อน) และช้อนชาที่ชงกาแฟจะมีขนาดเพียง 3 มิลลิลิตร เท่านั้น ดังนั้นควรใช้ช้อนตวงมาตรฐานที่ใช้สำหรับการตวงโดยเฉพาะ โดยอาจใช้ช้อนตวงมาตรฐานที่ใช้ทำอาหารทดแทนกันได้

2.  หน่วยของออนซ์ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งหน่วยของน้ำหนัก (เป็น oz.) และหน่วยของปริมาตร (เป็น Fluid oz.) ซึ่งมีค่าไม่เท่ากัน และไม่ควรใช้สลับกัน

3.  หน่วยของแกลลอนก็มีอยู่ 2 ชนิด คือ อังกฤษ และอเมริกาซึ่งก็มีปริมาตรที่ต่างกันอีกด้วย

วันพุธที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2553

เพาะเห็ดฟาง

สูตร ขี้เลื่อยเก่ากับผักตบชวา
          
วัสดุเพาะ
1.ขี้เลื่อยที่เพาะเห็ดในถุงพลาสติกหมดอายุแล้ว    150     ก้อน
2.ผักตบชวาสดหั่น    10     กิโลกรัม
3.แป้งข้าวเหนียวหรือแป้งสาลี    50     กรัม
4.เชื้อเห็ดฟางอายุ 10 วัน    10     ถุง
 
วิธีปฏิบัติ

1. นำก้อนเชื้อที่เพาะเห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า เห็ดเป๋าฮื้อหรือเห็ดที่เพาะในถุงพลาสติกอื่น ๆ  ที่หมดอายุแล้ว เลือกก้อนเชื้อที่ไม่มีเชื้อราปนเปื้อน เช่น ไม่มีราเขียว ราดำ ราเหลือง ราสีชมพู และราขาวนวล ก้อนเชื้อควรผ่านการเปิดดอกมาแล้วในระยะเวลา ประมาณ 3-4 เดือน ไม่มีกลิ่นเน่าหรือแฉะน้ำ และไม่มีโรคแมลงทำลาย

 2. นำก้อนเชื้อมาบดให้แตกออกหยาบ ๆ โดยบางส่วนอาจมีความละเอียดบ้างเล็กน้อย ตรวจสอบความชื้น ให้มีความชื้นหมาด ๆ หรือใช้มือกำดูพอชื้นมือชื้นมือ  หรือมีความชื้นประมาณ 60%

3. ดำเนินการเพาะเห็ดฟางตามกรรมวิธีการเพาะเห็ดฟางในตระกร้า จะได้เห็ดฟางจำนวน 10 ตะกร้า ผลผลิตเฉลี่ย 1.6 กิโลกรัม / 1 ตะกร้า โดยใช้เวลาในการเก็บผลผลิตประมาณ 6 วัน

ข้อสังเกต

1. ฤดูกาลเพาะเห็ดฟางควรเป็นฤดูร้อนหรือฤดูฝน (เดือนพฤษภาคม-ตุลาคม)
2. สถานที่เพาะควรมีความชุ่มชื้นและมีร่มเงาจากต้นไม้
3. ขนาดดอกเห็ดฟางใหญ่มาก บางดอกมีน้ำหนักถึง 100 กรัม
4. ก้อนเชื้อเห็ดที่ใช้เพาะเป็นเห็ดนางรม และเห็ดภูฐาน
5. เก็บได้นาน 6 ครั้ง (6 วัน)
6. วิธีเก็บให้ใช้มีดคัตเตอร์ตัดโคนดอกเห็ด ห้ามใช้มือบิดดอกเห็ด
7. ดอกเห็ดฟางมีคุณภาพดีมาก มีโครงสร้างที่แข็งกรอบ น้ำหนักมากมีความสมบูรณ์มาก สะอาด มีความน่ารับประทานมาก

พิมเสนน้ำ

พิมเสนน้ำ
 ส่วนผสม
1.  เมนทอล  27.78  กรัม 
2.  พิมเสน    27.78 กรัม 
3.  การบูร    27.78 กรัม 
4.  ยูคาลิปตัส 13.89 กรัม
5.  น้ำมันแร่ (mineral oil)    2.77     กรัม

วิธีทำ
  1. นำเมนทอล,พิมเสน,การบูร ใส่ในภาชนะรวมกันแล้ว ให้นำน้ำมันแร่ตั้งไฟให้อุ่น ๆ แล้วเทใส่ลงไป ในขั้นตอนที่ 1 คนให้เข้ากันพอละลายแล้วจึงค่อยใส่ยูคาลิปตัส ก็สามารถนำมาบรรจุขวด

ผงดูดกลิ่นในตู้เย็น

ผงดูดกลิ่นในตู้เย็น

ตู้เย็นเป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่จำเป็นและขาดไม่ได้แล้วครับโดยเฉพาะอย่างยิ่งหน้าร้อนที่อากาศร้อนจัด อาหารจะบูดง่ายมาก เมื่อเรานำอาหาร ขนม ฯลฯ สารพัดไปไว้รวมกันในตู้เย็น จึงทำให้เกิดสารพัดกลิ่นสะสมรวมกันอยู่ภายในตู้เย็นให้ยุ่งไปหมด ผงดูดกลิ่นในตู้เย็นนี้ใช้ได้ดีครับ สูตรก็ง่ายๆดังนี้
 

ส่วนผสม        
โซดาไบคาร์ยบอเนต    500     กรัม
 ผงถ่านบด     500     กรัม

นำส่วนผสมทั้งสองอย่างมาคลุกให้เข้ากันนำมาแบ่งใส่ห่อผ้าเป็นห่อๆ ห่อละ 100 กรัม นำไปวางไว้มุมใดมุมหนึ่งในตู้เย็นช่วยทำให้กลิ่นต่างๆในตู้เย็นลดลงได้มากครับ

น้ำอบไทย

น้ำอบไทย

ส่วนผสมน้ำ
1.น้ำสะอาด 8-10   ลิตร
2.จันเทศ 3-5   ชิ้น
3.ชะลูด  1    กำมือ
4.ใบเตย 5    ใบ

วิธีทำ

        ต้มน้ำให้เดือดใส่ชะลูดและจันเทศลงไป ต้มต่ออีกประมาณ 20 นาที หรือนานกว่าก็ได้ เด็ดใบเตยเป็นท่อนใส่ลงไป ยกลงจากเตา

ส่วนผสมแป้ง
1.ดินสอพอง
2.หัวเชื้อน้ำอบไทย
หัวเชื้อชุดที่ 1 ประกอบด้วยหัวเชื้อกลิ่นต่าง ๆ ต่อไปนี้
ธูปจีน  2%
มะลิ 3%
กุหลาบ  1%
ดอกแก้ว 1%
ลำเจียก 1%
จันกระพ้อ  2%

หัวเชื้อชุดที่ 2 สำหรับแต่งกลิ่น
จันกระพ้อ 12%
ลำเจียก   12%
มัส  15%
น้ำสกัดมะกรูด  15%
น้ำสกัดใบเตย   5%

3.อำพันทอง
4.ชะมดเช็ด
5.พิมเสนเกล็ด
6.หญ้าฝรั่ง

วิธีทำหัวเชื้อน้ำอบไทย

1.นำหัวเชื้อชุดที่ 1 35% มาผสมกับหัวเชื้อสำหรับแต่งกลิ่น คนให้เข้ากัน แล้วเติมหัวเชื้อชุดที่ 1 เพิ่มให้ครบ 100 %

2.ใส่อำพันทองนิดหน่อย (ขนาดเท่าเม็ดถั่วดำ)ก่อนใส่ลงไปให้บดด้วยโกร่งให้ละเอียด จากนั้นใส่ชะมดเช็ดขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียวคนให้ละลายแล้วกรองด้วยผ้าแพรเนื้อละเอียด

3.ใส่พิมเสนเกล็ดลงไปเพื่อให้มีกลิ่นหอมเย็นคนให้ละลาย แล้วเตรียมดินสอพองโดยนำดินสอพองล้างน้ำแล้วใช้ผ้าแพรเนื้อละเอียดกรองเอาสิ่งสกปรกออก ตั้งทิ้งไว้ให้ตกตะกอน เทน้ำทิ้ง แล้วนำแป้งไปตากแดดหรืออบให้แห้งบดให้ละเอียด

4.นำหัวเชื้อมาใส่ในแป้งดินสอพอง เติมน้ำต้มลงไปคนให้เข้ากัน ตึ้งทิ้งไว้สังเกตดูว่ามีน้ำมันลอยหรือไม่ ถ้ามีให้โรยแป้งลงไปอีกเพื่อซับน้ำมัน

5.นำหญ้าฝรั่นใส่ตะคันเผาจนเหลืองและมีกลิ่นหอมบดให้ละเอียด ใส่น้ำต้มลงไปเล็กน้อยกรองด้วยผ้าแพรแล้วใส่ลงไปในส่วนผสมข้อที่ 4 เติมน้ำต้มลงไปอีกคนให้เข้ากันตั้งพักไว้

ทำน้ำหอม

น้ำหอม (PERFUME) สูตร1

ส่วนประกอบ   
1.DENATURED ALCOHOL 75 % กรัม   
2.MUSK 4 % กรัม   
3.PERFUME 20% กรัม   
4.WATER    1% กรัม   

วิธีทำ
 A) นำ 1+2 มาผสมให้เข้ากัน
B) นำ ข้อ(A)+3 ผสมให้เข้ากัน
C) นำ ข้อ(B)+4 ผสมให้เข้ากัน

หมายเหตุ
1.หากน้ำหอมที่ผสมออกมาขุ่น อาจจะเป็นเพราะว่าผสมน้ำมากเกินไป  ก็ให้ทำการใส่ Alcohol เพิ่มก็จะทำให้ใส ได้เหมือนเดิม
2.ถ้าผสมเสร็จแล้วน้ำหอมที่ได้เกิดสีเข้มไป ซึ่งก็เป็นไปได้สำหรับหัวเชื้อบางชนิด ก็มีวิธีแก้ไขโดย การใส่ TALCUM POWDER แล้วรอให้แป้งตกตะกอน หลังจากนั้นเอากระดาษกรองมากรองเอาน้ำหอมที่เหลือ ซึ่งน้ำหอมที่ได้ก็จะมีสีที่จางลง

สูตรทำน้ำหอม สูตร 2
 
 ส่วนผสม
1.หัวน้ำหอม 2 ออนซ์.
2.แอลกอลฮอล  1 ขวด
3.น้ำมันมาส 0.5 ออนซ์

วิธีทำ
นำหัวน้ำหอมใส่ลงในภาชนะที่เป็นแก้ว นำแอลกอฮอลเทใส่ลงไป จากนั้นนำน้ำมันมาสเทใส่ลงไปแล้วคนให้เข้ากันก็ใช้ได้ครับ

น้ำยาล้างสุขภัณฑ์

น้ำยาล้างสุขภัณฑ์

ตัวสารเคมี
1.Hydrochloric acid Hcl ไฮโดรคลอริค เอชิด (กรดเกลือ)    20    กิโลกรัม
2.Phosphoric acid H3 PO4 ฟอสฟอริค เอชิค    5    กิโลกรัม
3.Water H2O (น้ำ)    20    กิโลกรัม
4.Opacifier โอปาซิไฟเออร์    300    ซีซี

กลิ่น
1.Paradiehlorobensine   พาราไดคลอโรเบนซิน    200    กรัม
2.Methylalcohol   เมทิลแอลกอฮอลล์    200    ซีซี
3.N P 9, 10, 11 เอ็น พี 9, 10, 11    200    ซีซี

กรรมวิธี
ชุดที่ 1  
1.  เอาข้อ 1-2 เทใส่รวมกัน
2.  แล้วเอา ข้อ 3 เทลงไปคน ให้เข้ากัน
3.  แล้วใส่ ข้อ 4 ลงไปคนจนเป็นเนื้อเดียวกัน พักเอาไว้
ชุดที่ 2
1.  เอาข้อที่ 2 เทใส่ลงไปในข้อที่ 1 คนให้ละลายจนหมด
2.  ใส่ข้อที่ 3 เทลงไปคนให้เข้ากัน
3.  แล้วนำกลิ่นในชุดที่ 2 ที่ได้นี้เทใส่ชุดที่ 1 คนให้เข้ากันก็เป็นอันใช้ได้

คุณสมบัติในการใช้งาน

เป็นแบบชนิดเข้มข้น ในการใช้งานให้ดูที่ฉลากน้ำยาล้างสุขภัณฑ์ที่มีจำหน่ายตามร้านค้าทั่วไป เพราะใช้ได้เหมือนกัน

น้ำยาล้างจาน

น้ำยาล้างจาน
ส่วนผสม

1.น้ำสะอาด 10       ลิตร    
2.โซฮาแลบ30  -  ลดคราบ 1.5        กก.
3.N-70   - ทำความสะอาด 1   กก.
4.เอ็มอี    - ทำให้หนืด  160      กรัม
5.แอมโมเนียม คลอไรด์  - ผงข้น 100      กรัม
6. ผงกันบูด  15       กรัม
7.สี -เหลืองหรือเขียว     ตามสมควร
8.กลิ่นมะนาว ตามสมควร

วิธีทำ
           ผสมโซฮาแลบ30 และ แอมโมเนียมคลอไรด์ เข้าด้วยกัน  คนจนส่วนผสมเป็นสีขาว แล้วจึงเติมเอ็มอี และ เอ็น70ลงไป  ค่อยๆเติมน้ำ กวนช้าๆไปจนเข้ากันดี แล้วเติมกลิ่นและสีดูความเข้มตามใจชอบ  ทิ้งไว้จนหมดฟอง(ประมาณ1-2 ชั่วโมง) จึงนำไปบรรจุขวดตามต้องการ  

น้ำยาปรับผ้านุ่ม

น้ำยาปรับผ้านุ่ม สูตร 1

ส่วนผสม
1.โซฮาร์ซอฟท์  1 กก.
2.น้ำกลั่น  7 ลิตร
3.น้ำหอม  2 ออนซ์
4.ไอ พี เอ     2 ออนซ์
5.สี  1 ห่อ
6.PEG  6000 DI  1 ขีด
 
วิธีทำ

        เทน้ำกลั่นใส่กะละมัง เติมโซฮาร์ซอฟท์ทีละน้อยกวนให้เข้ากัน เติมน้ำหอม ไอพีเอ สี กวนต่อจนเป็นเนื้อเดียวกัน นำ PEG 6000 DI ละลายกับน้ำร้อนแล้วเทเติมลงในส่วนผสม  กวนไปเรื่อยๆจนข้นแล้วเติมน้ำอีก 5 ลิตร

น้ำยาปรับผ้านุ่ม สูตร2
ส่วนผสม
1.  SOFTEX-A  1  กก. 
2 .น้ำสะอาด 15  กก.
3 . น้ำหอม     2.5  ออนซ์ (จำหน่ายเป็นออนซ์)
4 . สี พอประมาณ

วิธีทำ

  นำน้ำ 15  กก. ตั้งไฟให้เดือด จากนั้นค่อยๆใส่ SOFTEX-A ลงไปอย่างช้าๆพร้อมกับคนไปด้วย    (ใส่ทีละมากๆจะเป็นก้อน)    คนจนจนหมดแล้วยกลงจากเตา   ทิ้งให้อุ่นๆจึงใส่กลิ่นและสีตามต้องการ     ถ้าใส่กลิ่นขณะร้อนเกินไปกลิ่นจะระเหยหมด

น้ำยาบ้วนปาก

น้ำยาบ้วนปาก

ส่วนผสม

1.น้ำต้มสุกทิ้งไว้ให้เย็นหรือน้ำสะอาด     1 ลิตร
2.เกลือป่นสะอาด 1 ช้อนชา
3.ผงฟู 1 ช้อนชา

วิธีทำ
1.ใส่เกลือป่น และผงฟูลงในน้ำที่เตรียมไว้
2.  คนหรือเขย่าให้เกลือละลายหมด ก็จะได้น้ำยาบ้วนปากที่ต้องการ

วิธีใช้
 ใช้อมบ้วนปาก กลั้วคอ ทุกครั้ง ก่อนและหลังรับประทานอาหาร เพื่อช่วยให้ปากและคอสะอาด ลดอาการอักเสบภายในช่องปาก
น้ำยาบ้วนปากชนิดนี้ เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหา ปากเจ็บหรือเป็นแผลเนื่องจากเยื่อบุภายในช่องปากอักเสบ เพราะไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เหมือนน้ำยาบ้วนปากที่มีจำหน่ายโดยทั่วไป ๆ ไป จึงไม่ทำให้แสบ หรือระคายเคืองขณะใช้

หมายเหตุ

หลังผสมน้ำยาแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 1 วัน (24 ชั่วโมง)

น้ำยาทำความสะอาดขวดนม

น้ำยาทำความสะอาดขวดนม ทำได้ 3 กก.
          
ส่วนผสม
1.หัวแชมพู 600 กรัม
2.KD  135    กรัม
3.PLANTACARE  150    กรัม
4.WATER  2,103 กรัม
5.สารกันบูด 12 กรัม

วิธีทำ
1.นำ หัวแชมพู+ KD + PANTACARE แล้วคนให้เข้ากัน
2.นำน้ำค่อย ๆ เทใส่ลงไปในขั้นตอนที่ 1
3.เติมสารกันบูด แล้วคนให้เข้ากัน

น้ำยาดัดผมในรูปครีมใส่ผม

น้ำยาดัดผมในรูปครีมใส่ผม

ส่วนผสม
1.ผงแทร็กกาแคนธ์    120    กรัม
2.โคโลเนียลสปิริต    450    ซีซี.
3.น้ำมันหอมกลิ่นกุหลาบ พอสมควร    -    -

วิธีทำ
ทุกส่วนเทรวมกันแล้วปั่นด้วยเครื่องปั่นจนกลายเป็นครีมใช้เวลาประมาณ30 นาที จะเป็นลักษณะครีมใช้ใส่ผมได้เช่นเดียวกับครีมใส่ผมทั่วไป นำมาใส่ขวดหรือตลับปิดฝาสนิท

วิธีใช้
นำครีมมาทาบริเวณเส้นผม แล้วดัดด้วยที่ม้วนผมจะได้รูปทรงตามต้องการ สูตรนี้เวลาใช้ไม่ต้องล้างออก มันจะมีสภาพเป็นครีมใส่ผมไปในตัว 

น้ำยาซักผ้าอ้อมเด็ก

น้ำยาซักผ้าอ้อมเด็ก ทำได้ 3 กก.
          
ส่วนผสม
1.หัวแชมพู    900    กรัม
2.KD   135  กรัม
3.PLANTACARE   90  กรัม
4.WATER   1,863    กรัม
5.สารกันบูด      12   กรัม

วิธีทำ
1.นำ หัวแชมพู + KD แล้วคนให้เข้ากัน
2.เติม PLANTACARE ลงไปในขั้นตอนที่ 1 คนให้เข้ากัน
3.นำน้ำค่อย ๆ เทใส่ลงไปในขั้นตอนที่ 1 แล้วคนให้เข้ากัน
4.เติมสารกันบูด

น้ำยากัดกระจก

น้ำยากัดกระจก  
ส่วนผสม
1  Hydrofluoric Acid (กรดไฮโดรฟลูออริค) 70 %    1            กก. 
2 น้ำสะอาด    1                กก.

วิธีทำ

นำน้ำ 1  กก. ใส่ในภาชนะพลาสติก จากนั้นค่อยๆรินกรดไฮโดรฟลูออริคใส่ลงไปอย่างช้าๆพร้อม  กับคนไปด้วย  จนหมดแล้ว บรรจุใส่ขวดพลาสติคจนกว่าจะใช้งาน

ตัวนี้ถ้าไม่จำเป็นหรือไม่ถนัดทางสารเคมีไม่แนะนำให้ทำเพราะกรดกัดแก้วกัดกร่อนรุนแรง ห้ามเด็กทำเด็ดขาด ถ้าจะทำมีข้อควรระวังดังนี้

1.  เวลาทำควรสวมถุงมือยาง แว่นตา ปิดจมูกทุกครั้ง
2.  การผสมเคมีใช้วิธีเติมกรดลงในน้ำ  ห้าม !!!! เติมน้าลงในกรด 
3.  สถานที่ทำงานควรเป็นที่โปร่งโล่ง อากาศถ่ายเทสะดวก

ตะไคร้กันยุง

ตะไคร้กันยุง
          
ส่วนผสม
 
1.เอทธิลแอลกอฮอล์ 95%                          88  %
2.น้ำมันตะไคร้หอม                                 12  %

วิธีทำ
1.น้ำมันตะไคร้หอม + เอทธิลแอลกอฮอล์+น้ำเปล่า
ใส่น้ำไปได้10-20%หรือจนกระทั่งน้ำมันเริ่มแยกตัวครับ ถึงไม่ใส่น้ำก็ไม่ระเหยหมดหรอกครับเพราะน้ำมันหอมระเหยจะมีความเป็นน้ำมันอยู่ด้วยครับ

แชมพูสระผม

แชมพูสระผม - ว่านหางจระเข้ - มะกรูด

ส่วนผสม
1.หัวแชมพู 8000  2 กก.
2.ผงฟอง    1 ขีด
3.ผงข้น    1 ขีด
4. ลาโนลีน   1 ขีด
5.กลิ่นคาโอ     1 ออนซ์
6.ว่านหางจระเข้ 150 กรัม
7.มะกรูด     150 กรัม
8.สีเขียว ฟ้า 1 ห่อ
9.น้ำกลั่น    2 ลิตร

วิธีทำ
        นำผงฟองเทผสมลงในน้ำ 1 ลิตร คนจนเป็นเนื้อเดียวกัน เติมหัวแชมพู คนให้เข้ากัน นำลาโนลีนมาละลายในน้ำร้อนแล้วเทลงในส่วนผสม คนให้เข้ากัน จากนั้นเติม กลิ่น สี ว่านหางจระเข้ มะกรูด คนให้เข้ากัน เสร็จแล้วค่อยๆเติมผงข้นลงไปในส่วนผสมโดยเติมไปคนไปจนข้นพอประมาณ ปล่อยทิ้งค้างคืนไว้ 1 คืนจึงนำไปบรรจุ

แชมพูเด็ก

แชมพูเด็กสูตรไม่ระคายเคืองตา ทำได้ 3 กก.
          
ส่วนผสม
1.SBN  1,500 กรัม
2.KD     90 กรัม
3.KT       60 กรัม
4.WATER        1,300    กรัม
5.GLYCERINE   30    กรัม
6.สารกันบูด         12    กรัม

วิธีทำ

1.นำ SBNู + KD + KT แล้วคนให้เข้ากัน
2.นำน้ำค่อย ๆ เทใส่ลงไปในขั้นตอนที่ 1 ทีละน้อยคนให้เข้ากัน ก่อนจะเติมครั้งต่อไป จนหมด
3.เติม GLYCERINE แล้วคนให้เข้ากัน
4.เติมสารกันบูด แล้วคนให้เข้ากัน
5.ทิ้งให้ฟองหมดจึงบรรจุภาชนะ (นานประมาณ 2-3 ชม.หรือมากกว่า)

เจลล้างมือ (สูตรฆ่าเชื้อโรค)

เจลล้างมือ (สูตรฆ่าเชื้อโรค)
          
ส่วนผสม
A.WATER                  43.80    กรัม
   CARBOPOL 940     0.30    กรัม
B.ALCOHOL 95%    45.00    กรัม
   TRICLOSAN 0.10    กรัม
C.WATER    10.00    กรัม
    TRIETHANOLAMINE  0.80    กรัม

วิธีทำ
1.คนส่วน A โดยค่อย ๆ โรย CARBOPOL 940 คนจนกระจายตัวหมด
2.นำส่วน B กวนให้ละลายจนเข้ากันแล้วเทลงส่วน A
3.เติมส่วน C  แล้วคนต่อ 10 นาที

ครีมใส่ผมทำให้ผมหวีเรียบ

ครีมใส่ผมทำให้ผมหวีเรียบ
ส่วนผสม
1.ไขขนแกะ  1 กิโลกรัม
2.น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์    200 ซีซี.
3.ขี้ผึ้งขาว    200 กรัม
4.กรดกำยาน 40 หยด
5.หัวน้ำหอมกล้วยไม้ 30    หยด
6.หัวน้ำหอมกำยาน 30    หยด
 
วิธีทำ
  กวนไขขนแกะกับขี้ผึ้งขาวบนเตาใช้ไฟอ่อน ๆ เมื่อเข้ากันแล้วเทน้ำมันมะพร้าวลงไปแล้วตามด้วยกรดกำยาน  เมื่อเริ่มข้นเป็นครีมจึงเติมหัวน้ำหอมทั้ง 2 ลงไปแล้วยกลง นำมาบรรจุในกระปุก ไดครีมใส่ผมให้ราบเรียบตามต้องการ  ครีมใส่ผมชนิดนี้ทำให้ทรงผมราบเรียบ แม้คนผมหยิกก็สามารถมีทรงผมเหยียดตรงได้

ครีมสารพัดประโยชน์

ครีมสารพัดประโยชน์

 ส่วนผสม         
1. Kerosene  น้ำมันก๊าซ    1.75    ลิตร
2. Camphor powder   การะบูน    200    กรัม
3. Oleic acid  โอเลอิค เอชิค    225    ซีซี
4. Lanolin  ชนิดเม็ด    50    กรัม
5. Nonylpenol-9 (NP 9) โนนีลเพนอล-9 (เอ็น พี 9)    525    ซีซี
6. Monoethanolamine MEA โมโนเอททาโนลามิน    25    ซีซี
7. Triethanolamine TEA  ไตรเอททาโนลามิน    55    ซีซี
8. Propylene glycol PG    150    ซีซี
9. Water   น้ำ    2.2    ลิตร
    
วิธีทำ    
        เอา 2 ใส่ 1 คนให้ละลายจนหมดแล้วตวงสารแต่ละตัว 3-8 ใส่ทีละตัว ใส่ไปคนไปจนครบ 8 ตัว แล้วตวงน้ำเตรียมไว้เทใส่ลงในน้ำยา รีบคนให้เข้ากันจนเป็นครีม

คุณสมบัติ
        ล้างคราบน้ำมันที่เปื้อนเสื้อผ้า เตาแก๊สและคราบสกปรกที่เปื้อนเบาะ เครื่องใช้ต่าง ๆ

การใช้
     ทำความสะอาดคราบน้ำมันทั่วไป ห้ามผสมกับน้ำ ถ้าทำความสะอาดคราบสกปรกทั่วไป เช่น เบาะ ไฟฟ้า ใช้ฟองน้ำชุบน้ำพอหมาด ๆ แตะครีมเช็ดแล้วใช้ผ้าแห้งเช็ดออกอีกที ประโยชน์อย่างอื่นดูที่ขวดน้ำยา "สเตคลีน"

ครีมสมุนไพร

ครีมสมุนไพร

ส่วนผสม

1.มะขามเปียก    300    กรัม.
2.นมสด      200    กรัม.
3.น้ำผึ้ง    50    กรัม
4.ขมิ้นผง    1/2    ช้อนชา
5.ว่านนางคำผง    1/2    ช้อนชา

วิธีทำ
1.  นำมะขามเปียกแช่น้ำให้ชุ่ม  และบีบน้ำนำมากรอง ด้วยผ้าขาวบาง
2.  เทน้ำมะขามเปียกใส่หม้อ (ควรใช้หม้อเคลือบ) ตั้งไฟให้เดือดเปิดไฟอ่อน ๆ เคี่ยวให้แห้งและเติมนมสด น้ำผึ้ง ขมิ้นผง ว่านนางคำ คนให้แห้งยกลง
3.  เทใส่ภาชนะ

วิธีใช้
ใช้แทนสบู่ ใช้น้ำชะโลมหน้าพอเปียก ป้ายครีมเล็กน้อย ลูบไล้จนทั่วหน้า ทิ้งไว้สักครู่แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

สรรพคุณ
กรดผลไม้  AHA  จากธรรมชาติช่วยลดความเหี่ยวย่น ขจัดสิวเสี้ยน และจุดด่างดำ เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหน้า

ครีมนวดผม

ครีมนวดผม

ส่วนผสม
1.รินคอมปาว    1    กก.
2.คาโคล       1    กก.
3.กรดมะนาว    1    ขีด
4.น้ำหอม     4-5    ออนซ์
5.สีเหลือง      1    ห่อ
6.ACETAMIDE MEA    2    ออนซ์
7.น้ำกลั่น    28    ลิตร

วิธีทำ
        เทน้ำใส่กะละมัง เติมคาโคล รินคอมปาว กรดมะนาว นำขึ้นตั้งไฟและค่อยๆคนจนส่วนผสมทั้งหมดละลายเข้ากันดี ยกลงจากเตาคนต่อไปเรื่อยๆจนส่วนผสมเย็นตัวลง นำสีมาละลายน้ำแล้วเติมลงไป ใส่กลิ่นน้ำหอม คนไปเรื่อยๆ น้ำยาจะข้นขึ้น คนจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดีจึงนำไปบรรจุภาชนะตามต้องการ

สกัดน้ำมันหอมจากดอกไม้

น้ำหอมที่สกัดมาจากดอกไม้และสมุนไพรชนิดต่าง ๆ มีราคาแพงมาก ประเทศที่มีชื่อเสียงในด้านการผลิตน้ำหอมคือ ฝรั่งเศส,สวิสเซอร์แลนด์,อังกฤษ,โปรตุเกส,เยอรมัน,อิตาลี,อเมริกาและประเทศอื่น ๆ ประเทศที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกด้านการผลิตน้ำหอมที่มีคุณภาพดีคือ ฝรั่งเศส


หัวน้ำหอมที่ส่งมาจากประเทศฝรั่งเศสจะมีราคาแพงมาก ประเทศไทยต้องเสียดุลการค้าด้านนี้ไม่น้อยเพราะในประเทศไทยยังไม่มีใครกล้าลงทุนด้านนี้อย่างจริงจังทั้ง ๆ ที่มีดอกไม้มากไม่แพ้ฝรั่งเศส โดยเฉพาะดอกกล้วยไม้ ประเทศเรามีชื่อเสียงมาเป็นเวลานาน

            การผลิตน้ำหอมจากดอกไม้ จะต้องลงทุนด้านวัตถุดิบในปริมาณสูงมาก เช่น ดอกมะลิน้ำหนัก 1,000 กิโลกรัม อาจจะผลิตหัวน้ำหอมบริสุทธิ์ได้เพียงครึ่งถึงหนึ่งลิตรเท่านั้น แต่หัวน้ำหอมบริสุทธิ์ 1 ลิตรนี้ สามารถนำไปใช้ผลิตเป็นหัวน้ำหอม และทำประโยชน์ด้านอื่นอีกมหาศาล

             ขั้นตอนการผลิตหัวน้ำหอมบริสุทธิ์จากดอกไม้
   ดอกไม้ที่นำมาผลิตน้ำหอมได้คือ ดอกมะลิ , กุหลาบ , กล้วยไม้ , ดมแมว , จำปี , กระดังงา , พุดซ้อน ตลอดจนดอกไม้ทุกชนิดที่มีกลิ่นหอม

   สมุนไพรที่สามารถนำมาผลิตเป็นน้ำมันหอมระเหยได้ คือ ต้นมินต์, ไพร, ตะไคร้หอมและสมุนไพร ชนิดอื่น ๆ ที่มีน้ำมันหอมระเหย

    อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการสกัดน้ำมันหอมจากดอกไม้และสมุนไพร (ใช้หลักการเดียวกัน)
1. แหล่งกำเนิดไอน้ำ
2. ภาชนะบรรจุวัตถุดิบ
3. เครื่องควบแน่น
4. เครื่องมือดักน้ำมันหอม

   อุปกรณ์ที่จำเป็นเหล่านี้ ท่านสามารถออกแบบเองได้ โดยอาศัยหลักการที่จะกล่าวต่อไปนี้ เป็นพื้นฐานในการออกแบบเครื่องมือผลิตน้ำมันหอม
    ปกติการเก็บน้ำมันหอมของดอกไม้หรือสมุนไพร อาจจะนำไปผสมกับน้ำมันพืชบริสุทธิ์ ที่ปราศจากสีและกลิ่น เช่น น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ ฯลฯ ผสมเก็บไว้ในอัตราส่วน 1:1 เป็นหัวน้ำมันหอมที่เก็บเอาไว้ได้นาน
     การผลิตน้ำหอมจากน้ำมันหอมง่ายมาก โรงงานทำน้ำหอมทั่วโลกใช้หลักการเดียวกัน กล่าวคือนำน้ำมันหอมระเหยมาผสมกับแอลกอฮอล์ชนิดเอธธิลแอลกอฮอล์ 95 % ตามอัตราส่วนที่ทั่วโลกแบ่งเกรดของน้ำหอมออกเป็น 4 เกรด
1.เพอร์ฟูม                  มีหัวน้ำหอมในแอลกอฮอล์ประมาณ       16-25 %
2.ออเดอเพอร์ฟูม         มีหัวน้ำหอมในแอลกอฮอล์ประมาณ       11-15 %
3.ออโดทอยเล็ท           มีหัวน้ำหอมในแอลกอฮอล์ประมาณ         7-10 %
4.ออเดอโคโลญจน์       มีหัวน้ำหอมในแอลกอฮอล์ประมาณ           4-6 %

            ส่วนกลิ่นที่มีความแตกต่างกัน เป็นเพราะฝีมือการผสมข้ามกลิ่นของดอกไม้แต่ละชนิดซึ่งเป็นสูตรของแต่ละคน และเป็นลิขสิทธิ์ที่เป็นลับเฉพาะของผู้คิดค้น

             ขั้นตอนในการผลิตน้ำหอมมีความซับซ้อนในด้านสูตร  ซึ่งจะไม่ขอกล่าวในที่นี้เพราะเป็นความสามารถเฉพาะบุคคล ที่จะสรรหาดอกไม้มาสกัดหัวน้ำมันหอม แล้วนำหัวน้ำมันหอมมาผสมกันให้เกิดกลิ่นใหม่ ๆ จึงไม่มีสูตรและตำรากำหนดเอาไว้อย่างตายตัว

               กรณีสกัดน้ำมันหอมระเหยจากสมุนไพร  อาจจะส่งไปให้กับบริษัทยาต่าง ๆ พิจารณาคุณภาพ เช่นน้ำมันจากมินต์ใช้ทำเป็นยาขับลมได้ ไพรใช้น้ำมันหอมระเหยทำเป็นยาทากันยุงได้ ตะไคร้หอมก็มีคุณภาพกันยุงได้เช่นกัน ฯลฯ

             กรรมวิธีการสกัดน้ำมันหอมจากดอกไม้และสมุนไพร มีวิธีการง่าย ๆ ถ้าท่านที่สนใจ ลองนำไปใช้และลงทุนทำดูโอกาสที่จะประสบความสำเร็จมีสูงมาก ทั้งนี้ต้องคำนึงถึง
1. แหล่งวัตถุดิบ
2. ขั้นตอนการสร้างอุปกรณ์
3. ขั้นตอนการจัดจำหน่ายและการหาตลาดเพิ่ม 

ทำเชื้อเพลิงจากมันสำประหลัง

                มันสำปะหลังเป็นพืชที่มีประโยชน์หลายอย่าง เป็นวัตถุดิบเพื่อทำเป็นอาหารและสิ่งของเครื่องใช้ให้กับคน ยังสามารถนำไปทำเป็นอาหารสัตว์และปุ๋ยชนิดต่างๆ ผลิตแอลกอฮอล์และอื่นๆซึ่งในขณะนี้เราสามารถนำมันสำปะหลังมาใช้แทนถ่านหินลิกไนท์ได้ เมื่อผลิตเสร็จสามารถให้ความร้อนได้ถึง 3500 กิโลแคลอรี่ต่อกิโลกรัมน้ำหนัก และยังช่วยในเรื่องของมลพิษในอากาศที่น้อยกว่าถ่านหินด้วย ยิ่งปีใดมีมันสำปะหลังเหลือจาการส่งออกมาก ราคาต้นทุนในการทำก็จะถูกลงตามสภาวะตลาด จะเห็นว่าเหมาะอย่างยิ่งสำหรับโรงงานที่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ถ่านหิน แกลบ หรือแก๊ซเป็นเชื้อเพลิง ก็หันมาใช้ผลิตภัณฑ์จากมันสำปะหลังแทนได้ 
             
การนำมันสำปะหลังมาใช้เป็นเชื้อเพลิงแทนถ่านหิน 
              
แบ่งออกเป็น 2 วิธี
               วิธีที่ 1  เพียงนำมาตากแดดก็ใช้ได้เลย        
                นำมันสำปะหลังมาตากแดดไว้ 2 วัน จากนั้นก็ตัดเป็นเส้นเพื่อความสะดวกในการใช้หรือจะใช้สดๆเลยก็ได้ วิธีนี้เหมาะกับโรงงานอุตสาหกรรมที่จำเป็นต้องใช้ถ่านหิน แกลบ ก๊าซธรรมชาติ ฯลฯ เป็นเชื้อเพลิง สามารถใช้มันสำปะหลังนี้แทนได้เลย

               วิธีที่ 2  ผลิตโดยอาศัยการเผาไหม้ในอากาศที่จำกัด
                 นำมันสำปะหลังชนิดเส้นหรือชนิดที่อัดเม็ดแล้วนำมาเข้าเครื่องบดและอัดให้เป็นก้อนตามแม่พิมพ์ที่ได้ออกแบบไว้ โดยอาจผสมกับแป้งเปียกเล็กน้อยเพื่อให้มีความคงทนและแน่น เครื่องบดควรเป็นระบบไฮโดรลิก ถ้าเป็นการผลิตจำนวนไม่มากก็อาจใช้ระบบหมุนเกลียวคือใช้แรงอัดจากการขันเกลียวก็ใช้ได้เช่นเดียวกัน

               เมื่อได้รูปทรงที่ต้องการแล้วก็สามารถนำไปใช้งานได้ทันที หรืออาจจะทำการกำจัดควันและคาร์บอนไดออกไซค์ออกไปโดยการเผาแบบเดียวกับการเผาถ่านไม้คือเผาในที่ๆมีอากาศจำกัด
             
               ขั้นตอนการเผา
               นำก้อนมันสำปะหลังที่เตรียมไว้มาเรียงในเตาเผาแล้วทำการจุดไฟที่ประตูทางเข้าด้วยเชื้อเพลิงตัวล่อเช่น ไม้ ฟืน น้ำมัน เมื่อไฟติดก็ปิดประตู เปิดช่องลมและเปิดปล่อง ปล่อยทิ้งไว้ให้เกิดการเผาไหม้ช้าๆในห้องที่มีอากาศจำกัด ใช้เวลา 2-3 วัน การเผาไหม้จะเสร็จสมบูรณ์ ช่วงนี้ให้ปิดช่องลมและปิดปล่องจะทำให้เกิดการระอุภายใน เรียกว่าเป็นการบ่มถ่าน ใช้เวลาอีก 1-2 วันก็สามารถนำออกมาใช้งานหรือออกขายได้

ทำน้ำอัดลมกินเอง

การทำผงน้ำอัดลมและทำน้ำอัดลมด้วยมือ
    
สูตรผงน้ำอัดลม
            
1.กรดซิตริก (ชนิดผง)    18    ช้อนชา
2.โซดาไบคาร์บอเนต    9    ช้อนชา
3.น้ำตาลไอซิ่ง    6    ช้อนโต๊ะ
     สารทั้ง 3 ชนิดนี้ ไม่มีอันตรายแต่อย่างใด หาซื้อได้ที่ห้างสรรพสินค้าและร้านขายสารเคมีทั่ว ๆ ไป

            วิธีทำ
                
         บดผลึกกรดซิตริก และโซดาไบคาร์บอเนตให้ละเอียด เทผสมกันในภาชนะแล้วคนให้เข้ากันแล้วค่อย ๆ เติมผงน้ำตาลไอซิ่งลงไปทีละน้อย  เมื่อเข้ากันดีแล้วเทใส่ขวดแก้วที่มีฝาปิดสนิท ติดป้ายเอาไว้ว่าเป็นผงทำน้ำอัดลม
      
        การทำน้ำอัดลม   ใช้ผงทำน้ำอัดลม 2 ช้อนชา ผสมกับน้ำหวานกลิ่นต่าง ๆ เชื้อน้ำผลไม้ 1 แก้ว จะได้น้ำอัดลม 1 แก้วตามต้องการ

        น้ำอัดลมนี้ ท่านสามารถทำได้กับน้ำผลไม้ทุกชนิด แต่ถ้าผสมน้ำเปล่าจะกลายเป็นน้ำโซดาที่ผสมเหล้าดื่มได้

        ในน้ำอัดลมจะเกิดเป็นฟองก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อันเกิดจากผลึกกรดซิตริกเมื่อละลายน้ำ จะได้กรดซิตริก เมื่อทำปฏิกิริยากับโซดาไบคาร์บอเนตจะเกิดเป็นฟองก๊าซ
      
        การผลิตจำหน่าย ท่านสามารถพลิกแพลงผลิตน้ำอัดลมกลิ่นรสต่าง ๆ ออกจำหน่ายได้โดยขออนุญาติต่อ อ.ย. (คณะกรรมการอาหารและยา) แต่ถ้าทำเฉพาะในบ้านหรือในร้านเล็ก ๆ ไม่จำเป็นต้องขออนุญาติ

การทำธูปหอมกันยุง สูตร

การทำธูปหอมกันยุง สูตร
       วัตถุดิบ
            
1.
ขี้เลื่อยละเอียด
100
ส่วน
2.
กาวกั๊วะก่า
60
ส่วน
3.
ใบพระเพราแดงแห้ง
100
ส่วน
       วิธีทำ

 1. เอาขี้เลื่อยละเอียดมาตากให้แห้งสนิทจากนั้นบดให้ละเอียดร่อนอีกครั้งหนึ่งพักเอาไว้
 
 2. ใบกระเพราแดงตากแห้งมาบดละเอียดแบบเดียวกัน จากนั้นนำทั้งสองสิ่งผสมคลุกให้เข้ากัน
 3.นำกาวกั๊วะก่าผสมลงไปอีก พรมน้ำให้เปียกชื้นพอสมควร กาวกั๊วะก่าจะทำให้เหนียว ทำให้กระเพราแดงกับขี้เลื่อยผสมติดกัน
 4.เมื่อผสมกันจนได้ที่แล้วเอามาปั้นเป็นรูปอะไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ก้านไม้ไผ่ทำเป็นเส้นกลม หรือยาว
 5.นำมาตากแดดให้แห้ง
 6. บรรจุลงในซอง เพื่อนำออกขาย

การทำธูปหอม สูตร 1

การทำธูปหอม สูตร 1
      
วัตถุดิบ
        
1.ขี้เลื่อยร่อนเอาส่วนที่หยาบมากออกตากแดดให้แห้ง 100    ส่วน
2.กาวกั๊วะก่า 25    ส่วน
3.กลิ่นหอม (กำยาน) 10    ส่วน
4.ก้านธูปทำจากไม้ไผ่ เตรียมเอาไว้ให้พอแก่ความต้องการ       
5.สีย้อมผ้าสีแดง สำหรับชุบก้านธูป        
   
วิธีทำ
   1. เอาขี้เลื่อยที่ร่อนเอาส่วนหยาบ ๆ ออกไปแล้วมาใส่ลงในภาชนะผสม
  
   2. เอากาวกั๊วะก่าโรยตามลงไป

   3.พรมน้ำให้ทั่ว คลุกให้เข้ากัน นวดผสมให้ทั่ว

   4.ใส่เครื่องหอมลงไป คลุกผสมเข้าด้วยกันอีก ให้พอเหนียว ไม่ให้แห้งจนเกินไป ไม่เปียกน้ำมากเกินไป ให้พอเอามาปั้นกับก้านธูปที่เตรียมเอาไว้

   5. ก่อนจะปั้นส่วนผสมกับก้านธูปนั้น ต้องเอาก้านธูปมาชุบสีก่อน โดยชุบสีแดง ให้ได้ 1/3 ของก้านธูป ส่วนที่เหลือเอาไว้เป็นเนื้อธูปที่จะปั้นติดกับก้านธูป

   6. เนื้อตัวธูปเหนียวกำลังพอดี เราต้องปั้นทีละก้านเมื่อชำนาญไปแล้วจะเร็วขึ้น การปั้นก็คือ เอาเนื้อธูปที่ผสมกันดีแล้วมาใส่ลงที่ไม้ไผ่ก้านธูปแล้วคลึงไปมากับแผ่นไม้เรียบส่วนไหนที่มีเนื้อธูปมากเกินไปก็คลึงเนื้อธูปให้ออกไป

   7. เมื่อปั้นธูปจนสวยงามดีแล้ว เอามาปักไว้ที่ไม้กระดานที่เจาะไว้เป็นรู รูละ 1 ดอก นำไปตากแดดจนแห้งดีแล้ว

วิธีการผสมน้ำหอมที่มีคุณภาพ

HOW TO MAKE YOUR OWN PERFUME 
วิธีการผสมน้ำหอมที่มีคุณภาพ

การผสมน้ำหอมนั้นทำได้ไม่ยากอย่างที่คิด ซึ่งก็เหมือนการผสมเครื่องดื่มทานนะครับ ซึ่งท่านสามารถจะเจือจางหรือผสมให้เข้มข้นได้แล้วแต่ใจชอบนะครับ

ซึ่งเราจะต้องมีสิ่งต่อไปนี้ให้พร้อมก่อนนะครับ

1. หัวเชื้อน้ำหอม ส่วนมากจะลักษณะเป็นน้ำมันนะครับ ข้นนิดๆซึ่งต้องแน่ใจว่าเป็นหัวเชื้อ เพราะบางทีได้ทำการเจือจางหัวเชื้อแล้ว ซึ่งจะทำให้กลิ่นอ่อนและลักษณะคล้ายน้ำไม่ข้นเท่าไรนะครับ หัวเชื้อน้ำหอมเวลาเราเอามาขยี้กับนิ้วจะรู้สึกมันและอุ่นๆนะครับ ถ้าเอาขยี้แล้วเย็นก็หมายถึงถูกผสมมาเรียบร้อยแล้วนะครับ สำหรับฮงฮวดเองจะมีขายแต่หัวเชื้อดังนั้น ท่านเลยแน่ใจได้ว่าจะได้หัวเชื้อน้ำหอมคุณภาพไปใช้นะครับ

2. แอลกอฮอล์ ซึ่งปัจจุบันเรามีตัว Denatured Alcohol ซึ่งมีคุณสมบัติในการระเหยได้ดีกว่าตัว 958 เพราะ
มี Alcohol ถึง 99% ในขณะที่ 958 มีแค่ 95% ดังนั้นเมื่อมีแอลกอฮอล์มากขึ้นทำให้การระเหยของกลิ่นดีขึ้นนะครับ

3. MUSK 10% หรือ 165 ซึ่งเป็นตัวเร่งกลิ่นและทำให้กลิ่นติดทนนานมากขึ้น ซึ่งจะมีสองแบบ ก็คือแบหัวเชื้อกับแบบเจือจางนะครับ MUSK 165 จะเป็นหัวเชื้อส่วน MUSK 10% จะเป็นแบบเจือจางนะครับ

4. Propylene Glycol ซึ่งเป็นตัวที่สามารถทำละลายในน้ำและน้ำมันได้ ตัว PG จะช่วยในการดับกลิ่นน้ำหอมได้ดียิ่งขึ้นและแถมมีตัวที่ทำให้ผิวชุ่มชื่นอยู่ในตัว PG จริงๆแล้วตัววัตถุดิบในเครื่องสำอางค์

5.น้ำกลั่น จะช่วยในการดับกลิ่นแอลกอฮอล์

วิธีการผสม

- นำ Denatured Alcohol มาผสมกับ Musk ก่อนนะครับ โดยนำ alcohol 1 ปอนด์ผสม Musk 1 ออนซ์และ เขย่าให้เข้ากันพักทิ้งไว้นะครับ

- นำหัวน้ำหอมมาผสมกับ alcohol ที่ผสมพักไว้ โดยใช้อัตราส่วนดังนี้ หัวเชื้อน้ำหอม 1 ออนซ์ ต่อ alcohol 3 ออนซ์ (ถ้าจะให้เจือจางมากยิ่งขึ้นก็ให้ใส่ alcohol เพิ่มมากขึ้น)

- ผสมและเขย่าให้เข้ากัน จากนั้นให้เติม Propylene Glycol ไปประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ห้ามเติม PG มากเกินไปเพราะ ไม่งั้นตัว PG อาจจะแยกตัวจากน้ำหอมได้นะครับ

- เติมน้ำเข้าไปอีก 7 cc. แล้วเขย่าให้เข้ากัน

- เมื่อผสมเสร็จก็พักน้ำหอมทิ้งไว้สักพักก่อนนำมาใช้

TIP ในการผสมน้ำหอม

- เมื่อผสมเสร็จควรจะแช่น้ำหอมไว้ในตู้เย็นเพื่อที่จะเร่งการกระจายและการเข้ากันของน้ำหอมได้ดี และ เร็วยิ่งขึ้น

- ควรแน่ใจว่าน้ำหอมที่นำมาผสมเป็นหัวน้ำหอมจริงๆไม่มีการเจือจาง โดยการใช้วิธีขยี้น้ำหอมกับนิ้วพิสูจน์ โดยถ้าขยี้แล้วมันหรืออุ่นก็สันนิฐานว่าเป็นหัวเชื้อไว้ก่อน แต่ถ้าขยี้แล้วเย็นไม่มันก็แปลว่าเป็นหัวน้ำหอม เจือจางนะครับ

- หัวน้ำหอมส่วนมากจะเป็น OS หรือ Oil Sulable ซึ่งหมายความว่าละลายในน้ำมันได้ดี ซึ่งสามารถนำมา ผสมเข้ากับเครื่องสำอางค์หรือเครื่องประทินผิวอื่นๆเช่น แขมพู, ครีมทาผิว, สบู่เหลว, และอื่นๆ

- ถ้าผสมเสร็จแล้วน้ำหอมที่ได้เกิดสีเข้มไป ซึ่งก็เป็นไปได้สำหรับหัวเชื้อบางชนิด ก็มีวิธีแก้ไขโดยการใส่ TALCUM POWDER ซึ่งรอให้แป้งตกตระกอนแล้วเอากระดาษกรองมากรองเอาน้ำหอมที่เหลือ ซึ่งน้ำอมที่ได้ก็จะมีสีที่จางลง

- ถ้าน้ำหอมที่ผสมออกมาขุ่นก็อาจจะเป็นเพราะว่าผสมน้ำมากเกินไป ก็ให้ทำการใส่ alcohol เพิ่มก็จะทำให้ใส่ เหมือนเดิม